FREE DELIVERY ON ORDER OF 3,000 THB MORE
฿ 9,999 ฿ 7,999 - 21%
CHÂTEAU SMITH HAUT LAFITTE 2010 คือหนึ่งในวินเทจระดับประวัติศาสตร์และขึ้นหิ้งเป็นตำนานของฝั่งซ้าย (Pessac-Léognan) ที่สร้างชื่อเสียงอย่างเกรียงไกรให้กับตระกูล Cathiard ความเลิศเลอของวินเทจนี้การันตีด้วยคะแนนเต็ม 100 คะแนนเต็ม (100 PTS) Jeb Dunnuck และ 98+ คะแนน (98+ PTS) จาก Robert Parker นักวิจารณ์ไวน์ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ซึ่ง Robert Parker ถึงกับบันทึกไว้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลลงานที่น่าทึ่งของชาโตว์นี้ที่น่าทึ่ง ส่งผลให้ตัวไวน์กลายเป็นที่ต้องการอย่างสูงสุดของนักสะสมทั่วโลก และทวีมูลค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องในฐานะหนึ่งในไอคอนิกไวน์ระดับโลก ความพิเศษอันเป็นหัวใจหลักมาจากสภาพอากาศในปี 2010 ที่แห้งและเย็นกว่าปีก่อน ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยในอุดมคติที่ช่วยล็อกความสดชื่นและรักษาค่ากรด (Acidity) ตามธรรมชาติของบอร์โดซ์ชั้นเลิศไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม อากาศที่แห้งช่วยให้ต้นองุ่นหยุดการเจริญเติบโตทางใบได้เร็วและหันไปใช้เวลาบ่มเพาะผลองุ่นให้สุกงอมอย่างช้า ๆ ส่งผลให้แทนนินและสารฟีนอลิกพัฒนาจนสุกสมบูรณ์แบบขั้นสุด (Phenolic Maturity) ก่อนจะถูกเก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถันในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงตุลาคมปีนั้น เกิดเป็นวินเทจระดับโครงสร้างทรงพลังที่มีศักยภาพในการบ่มยาวนานได้หลายทศวรรษ
CHÂTEAU SMITH HAUT LAFITTE 2010 คือหนึ่งในวินเทจระดับประวัติศาสตร์และขึ้นหิ้งเป็นตำนานของฝั่งซ้าย (Pessac-Léognan) ที่สร้างชื่อเสียงอย่างเกรียงไกรให้กับตระกูล Cathiard ความเลิศเลอของวินเทจนี้การันตีด้วยคะแนนเต็ม 100 คะแนนเต็ม (100 PTS) Jeb Dunnuck และ 98+ คะแนน (98+ PTS) จาก Robert Parker นักวิจารณ์ไวน์ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ซึ่ง Robert Parker ถึงกับบันทึกไว้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลลงานที่น่าทึ่งของชาโตว์นี้ที่น่าทึ่ง ส่งผลให้ตัวไวน์กลายเป็นที่ต้องการอย่างสูงสุดของนักสะสมทั่วโลก และทวีมูลค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องในฐานะหนึ่งในไอคอนิกไวน์ระดับโลก
ความพิเศษอันเป็นหัวใจหลักมาจากสภาพอากาศในปี 2010 ที่แห้งและเย็นกว่าปีก่อน ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยในอุดมคติที่ช่วยล็อกความสดชื่นและรักษาค่ากรด (Acidity) ตามธรรมชาติของบอร์โดซ์ชั้นเลิศไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม อากาศที่แห้งช่วยให้ต้นองุ่นหยุดการเจริญเติบโตทางใบได้เร็วและหันไปใช้เวลาบ่มเพาะผลองุ่นให้สุกงอมอย่างช้า ๆ ส่งผลให้แทนนินและสารฟีนอลิกพัฒนาจนสุกสมบูรณ์แบบขั้นสุด (Phenolic Maturity) ก่อนจะถูกเก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถันในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงตุลาคมปีนั้น เกิดเป็นวินเทจระดับโครงสร้างทรงพลังที่มีศักยภาพในการบ่มยาวนานได้หลายทศวรรษ
ภูมิภาค (Region): Pessac-Léognan, Bordeaux, France
สไตล์ (Style): ไวน์แดง
Alcohol ABV: 14.5%
ความหวาน (Sweetness): Dry
ส่วนผสม (Blend): 64 % Cabernet sauvignon 30 % Merlot 5 % Cabernet franc 1% Petit verdot
การจับคู่อาหาร (Food Pairing): เหมาะกับเนื้อย่าง, แกะย่าง, เป็ด และชีสที่มีรสชาติเข้มข้น ไวน์ที่มีเนื้อสัมผัสเต็มตัวนี้เข้ากันได้ดีกับอาหารที่มีรสชาติหนักแน่น
ช่วงเวลาที่ดื่มได้ดีที่สุด (Drinking Window): ปี 2020 ถึง 2050+
หากดื่มปีนี้ (2026) : คือช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบ ไวน์อายุ 16 ปีขวดนี้กำลังเข้าสู่ช่วงพีคที่สุด (Peak Window) อย่างเต็มตัว (ควร Decant อย่างน้อย 2 - 3 ชั่วโมง เพื่อปลุกโครงสร้างที่ทรงพลังให้เปิดตัวและแสดงคาแรคเตอร์ออกมาได้อย่างเต็มที่)
รายละเอียดรสชาติ (Tasting Notes):
Wine Score:
฿ 5,900 ฿ 5,500
CHÂTEAU PONTET-CANET 2011
฿ 33,900 ฿ 28,999
CHÂTEAU LAFITE ROTHSCHILD PAUILLAC 2017
฿ 3,199 ฿ 2,500
La Croix Ducru-Beaucaillou 2019
฿ 1,770 ฿ 1,490
STEININGER CHARDONNAY SEKT 2020